ยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ

 

   กฎกระทรวงฉบับที่ 357 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป

สรุปประเด็นสำคัญ

1.1 กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund: LTF)

      ยกเว้นกำไรจากการขายหน่วยลงทุน LTF โดยแก้ไข ข้อ 2 (32) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

    - ยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

     - แต่ไม่รวมถึงเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว สำหรับหน่วยลงทุนที่ได้ซื้อมาก่อนวันที่ 1 มกราคมพ.ศ. 2563 หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือกองทุนรวมเพื่อการออม ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ การขายหน่วยลงทุนที่ได้ซื้อมาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ได้รับยกเว้นตามข้อ 2 (67) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ฯ

 

 1.2 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF)

แก้ไขข้อ 2 (55) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

     - ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน500, 000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น

     - โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั้นเมื่อผู้มีเงินได้มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์

      -  สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

 

1.3 กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF)

      (1) เพิ่มเติมข้อ 2 (102) ของของกฎกระทรวงฉบับที่126 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ยกเว้นค่าซื้อ SSF)

        - ยกเว้นเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น

        - โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมไม่น้อยกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน แต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย

        - เงินได้ที่ได้รับยกเว้นเมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ สำหรับกรณีที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม (35) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตาม (43) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนตาม (54) แล้วแต่กรณี หรือเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตาม (55) หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญตาม (61) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติตาม (80) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีเดียวกัน

        - ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ไมปฏิบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ผู้มีเงินได้นั้นหมดสิทธิได้รับยกเว้น และต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นมาแล้ว

        - สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

 

     (2) เพิ่มเติมข้อ 2 (103) ของของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ยกเว้นกำไรจากการขายคืน SSF)

         - เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการออมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

         - เฉพาะกรณีที่เงินหรือผลประโยชน์ดังกล่าวคำนวณมาจากเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตาม (102)

         - ผู้มีเงินได้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนแต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย

 

ขอบคุณที่มา:

https://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mr357.pdf

Tag -
source: www.thaicpdathome.com