การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม

 

   - กฎกระทรวงฉบับที่ 363 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

   - ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 376) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563

 

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้มีเงินได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
  • ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาทสำหรับปีภาษีนั้น โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า10 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนแต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย
  • สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563
  • หลักเกณฑ์ของการซื้อหน่วยลงทุนที่จะได้รับยกเว้น กรณีซื้อกองทุนรวมเดียวตลอดปีภาษี (ข้อ1 ของประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376)

                  1. ซื้อรวมกันไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

                  2. ต้องถือหน่วยลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน เว้นแต่ทุพพลภาพหรือตาย

  • กรณีซื้อหลายกองทุนรวมในปีภาษีเดียวกัน เงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมในแต่ละกองทุนที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 200,000 บาท และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามอธิบดีกำหนดตามข้อ 1 ของประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376
  • ขอบเขตการยกเว้น ไม่เกิน 30% และไม่เกิน 200,000 บาท ผู้มีเงินได้ต้องเป็นบุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลและกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และถ้ารวมกับเงินสะสมเพื่อการเกษียณอื่นแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
  • กรณีผู้มีเงินได้ได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม และได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 3ของประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376 แล้วต่อมาได้ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของข้อ 1 หรือข้อ 2 ของประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376 ผู้มีเงินได้หมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงกรณีที่ผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมเพราะเหตุทุพพลภาพหรือตาย ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้วที่อยู่ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของปีภาษีนั้นๆ จนถึงวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมเพื่อเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมของปีภาษีดังกล่าวพร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
  • ในกรณีที่มีการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการออมซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามข้อ 1 หรือข้อ 2 ของประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376 การคำนวณต้นทุนผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหน่วยลงทุน (Capital Gain) เพื่อเสียภาษีในกรณีดังกล่าวให้คำนวณโดยวิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO)
  • ผู้มีเงินได้ต้องมีหนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมที่แสดงได้ว่ามีการจ่ายเงินเข้ากองทุนรวมเพื่อการออมดังกล่าว
  • กรณีผู้มีเงินได้ได้โอนการลงทุนในหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังกองทุนรวมเพื่อการออมอีกกองทุนหนึ่ง ไม่ว่าจะโอนไปยังกองทุนรวมเพื่อการออมกองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ผู้มีเงินได้จะต้องโอนการลงทุนไปยังกองทุนรวมเพื่อการออมที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และจะต้องโอนการลงทุนภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กองทุนรวมเพื่อการออมที่โอนได้รับคำสั่งโอนจากผู้มีเงินได้ จึงจะถือว่าระยะเวลาในการถือหน่วยลงทุนในกรณีดังกล่าวมีระยะเวลาต่อเนื่องกันกองทุนรวมเพื่อการออมที่ได้รับคำสั่งโอนจากผู้มีเงินได้ จะต้องจัดทำหนังสือรับรองการโอนหน่วยลงทุนส่งมอบให้แก่กองทุนรวมเพื่อการออมที่รับโอนเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
  • ผู้มีเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 376 นี้จะนำเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 2 (102) วรรคหนึ่ง แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ อีกไม่ได้
  • ประกาศนี้ให้ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม2563 เป็นต้นไป
  • เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวมเพื่อการออมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เฉพาะกรณีที่เงินหรือผลประโยชน์ดังกล่าวคำนวณมาจากเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตาม (102) และผู้มีเงินได้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า10 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน แต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย (ข้อ 2 (103) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ฯ)

 

ขอบคุณที่มา:

https://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mr363.pdf

http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dg376.pdf

Tag -
source: www.thaicpdathome.com