Incoterms กับการรับรู้รายได้

การทำธุรกิจนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการมุ่งหวังก็คือ การสร้างรายได้ให้ได้มากๆ และรายได้นั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกิจการ แต่ทว่าการรับรู้รายได้ในแง่ของการบันทึกบัญชีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่มีรายได้จากการขายสินค้าไปยังต่างประเทศ


ผู้ทำบัญชีหลายๆ ท่านมักจะประสบปัญหาว่าเราควรจะบันทึกรับรู้รายได้เมื่อไร สำหรับ Incoterms แต่ละแบบ แม้กระทั่งผู้สอบบัญชีก็อาจจะยังสับสนเกี่ยวกับจุดในการรับรู้รายได้เนื่องจากการส่งออกอยู่เสมอๆ เช่นกัน


การรับรู้รายได้ของธุรกิจส่งออกนั้น สิ่งที่ผู้ทำบัญชีต้องมีไว้เป็นคัมภีร์คู่กาย 2 สิ่งก็คือ มาตรฐานการบัญชีเรื่องรายได้ (TAS 18 หรือ TFRS for NPAEs บทที่ 18) และ Incoterms

 
พูดถึงมาตรฐานการบัญชี แน่นอนว่าผู้ทำบัญชีคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว แต่ในส่วนของ Incoterms นี่สิ มันคืออะไร หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ


Incoterms ย่อมาจาก International Commercial Terms ซึ่งก็คือ ข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้า หรือเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า โดยกำหนดเป็นมาตรฐานความหมายการค้าที่ใช้ตกลงในการทำสัญญาซื้อขาย ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายที่เป็นสากล ได้รับการดูแลและคุ้มครองโดยสภาหอการค้านานาชาติ (ICC: International Chamber of Commerce) ซึ่งยึดติดกับการค้าสหประชาชาติหลัก เพื่อให้คู่ค้าทั้งผู้ซื้อ และ ผู้ขายทราบถึงขอบเขตความรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงต่าง ๆ โดยช่วยให้ทั้งสองฝ่ายที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมีความเข้าใจตรงกัน 


ทีนี้ถามว่าการรับรู้รายได้ตามหลักการบัญชีและ Incoterms นั้นมีความเกี่ยวพันกันอย่างไร เราลองมาดูกันค่ะ

ปกติแล้วผู้ทำบัญชีรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการบัญชีถูกต้องมั้ยคะ ซึ่งมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 เรื่อง รายได้ (ปรับปรุง 2560) ย่อหน้า 14 กล่าวไว้ว่า


กิจการจะรับรู้รายได้จากการขายสินค้า เมื่อเข้าเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้ 
(1) ได้โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญของความเป็นเจ้าของสินค้าให้กับผู้ซื้อแล้ว 
(2) ไม่เกี่ยวข้องในการบริหารสินค้าอย่างต่อเนื่องในระดับที่เจ้าของพึงกระทำ หรือไม่ได้ควบคุมสินค้าที่ ขายไปแล้วทั้งทางตรงและทางอ้อม 
(3) วัดมูลค่าของจำนวนรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือ 
(4) มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของรายการนั้น 
(5) วัดมูลค่าของต้นทุนที่เกิดขึ้นหรือที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ 

 

ซึ่งสำหรับธุรกิจส่งออกนั้นหากมองตามหลักการรับรู้รายได้ในมาตรฐานการบัญชี เราก็ต้องสะดุดตรงที่ข้อ 1 เรื่องการโอนความและผลตอบแทน ว่าเราจะพิจารณาจากอะไรในเมื่อสินค้าได้ถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลแสนไกลกว่าจะถึงมือลูกค้ากินเวลานานเป็นเดือนๆ แล้วในฐานะผู้ทำบัญชีจะใช้จุดไหนล่ะเป็นจุดตัดสินใจรับรู้รายได้ของกิจการ


การที่จะพิจารณาถึงจุดรับรู้รายได้ได้นั้นจึงจำเป็นต้องพึ่ง คัมภีร์คู่ใจของเราที่เรียกว่า Incoterms

การรับรู้รายได้สำหรับการขายสินค้าไปต่างประเทศต้องพิจารณาตามเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าเป็นสำคัญ (ตามหลักโอนความเสี่ยงและผลตอบแทน) โดยพิจารณาตามเงื่อนไขข้อกำหนดทางการค้าที่ระบุเงื่อนไขข้อกำหนดในการส่งมอบ สินค้า หรือ Incoterms ว่าเป็นแบบไหน

ปัจจุบัน Incoterms มีด้วยกัน 11 แบบ แต่ในบทความนี้เราจะยกตัวอย่าง Incoterms ที่นิยมใช้กัน 3 แบบ คือ EXW, F.O.B. และ C.I.F. พร้อมทั้งอธิบายจุดรับรู้รายได้โดยใช้ภาพประกอบด้านล่างกันค่ะ


จากภาพจะเห็นได้ว่าบรรทัดบนสุดจะแสดงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามลำดับในขั้นตอนการส่งออกตั้งแต่หน้าโรงงานผู้ขายไปจนถึงโรงงานผู้ซื้อ และสำหรับ Incoterms ทั้งสามแบบจะประกอบด้วยเส้นสีน้ำเงินและแดง แสดงให้เห็นถึงภาระความรับผิดชอบของฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อตามลำดับ ซึ่งความเสี่ยงและผลตอบแทนนั้นจะโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อแตกต่างกันตามแต่ละแบบ สังเกตง่ายๆ คือ ตรงจุดสีส้มค่ะ


ทีนี้เรามาศึกษาเงื่อนไขและการรับรู้รายได้ทางบัญชีกันค่ะว่าสามแบบนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

 

แบบที่ 1 EXW – Ex Works (… the named place)

เงื่อนไขการส่งมอบ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมสำหรับส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้ขายเอง โดยผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้า ไปยังคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

วันที่รับรู้รายได้ คือ วันที่ผู้ขายได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมสำหรับส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้ขาย เช่น อาจจะเป็น Warehouse ของผู้ขายหรือหน้าประตูโรงงาน เป็นต้น

 

แบบที่ 2 F.O.B. - Free On Board

เงื่อนไขการส่งมอบ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้า ข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบการทำพิธีการส่งออกด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้ง ค่าประกันภัยในการขนส่งสินค้าเป็นภาระ ของผู้ซื้อในทันทีที่ของผ่านกาบระวางเรือไปแล้ว 

วันที่รับรู้รายได้ คือ วันที่ส่งมอบสินค้าที่ท่าเรือประเทศไทย 

 

แบบที่ 3 C.I.F.- Cost, Insurance and Freight 

เงื่อนไขการส่งมอบ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้า ข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทำพิธีการส่งออก จ่ายค่าระวางเรือ และ ค่าประกันภัยขนส่งสินค้าเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อให้แก่ผู้ซื้อด้วย 

วันที่รับรู้รายได้ คือ วันที่ส่งมอบสินค้าที่ท่าเรือในต่างประเทศ



จะเห็นได้ว่าหาก Incoterms แตกต่างกัน จุดในการรับรู้รายได้นั้นก็จะแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น หากผู้ทำบัญชีบันทึกรับรู้รายได้ไม่ตรงตามวันที่ควรจะเป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่องบการเงินก็คือ บันทึกรับรู้รายได้ผิดงวดบัญชีและนอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้บันทึกก็อาจจะแตกต่างกับที่ควรจะเป็นด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้น อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องสำคัญอย่าง Incoterms ทุกครั้งที่บันทึกบัญชีนะคะ


และหากท่านใดต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Incoterms แบบอื่นๆ นอกเหนือจากสามแบบนี้ ท่านศึกษาเพิ่มเติมได้ในคอร์ส หลักการบัญชีสำหรับธุรกิจประเภทซื้อมาขายไป ในหัวข้อประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่มา:

มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 เรื่อง รายได้ (ปรับปรุง 2560) 

http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/ebook/ebook20160725-01.pdf

https://iccwbo.org/resources-for-business/incoterms-rules/incoterms-rules-2010/

source: www.thaicpdathome.com

4.8 จาก 5

การให้คะแนน 8 ครั้ง