ภาษีครึ่งปี (ภงด.51) คำนวณอย่างไร ให้ปลอดภัยสุด

หลังจากจบ Year-end ไปไม่ทันจะดี การยื่นภาษีครึ่งปีก็กำลังตามมาติดๆ 

เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกๆ ปีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นแบบ ภงด. 51 ภายในสองเดือน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือน พูดง่ายๆ ก็คือ หากบริษัทมีรอบระยะเวลาสิ้นปีบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม บริษัทจะต้องประมาณการกำไรสุทธิและนำส่งภาษีครึ่งปีภายในเดือนสิงหาคมนั่นเอง และหากนำส่งผ่านทางออนไลน์ก็จะได้ขยายเวลาต่อปีอีกหน่อย ซึ่งสำหรับปี 2562 นี้จะขยายเวลาได้ถึงวันที่ 9 กันยายน 2562 
คลิกที่นี่ เพื่อดูปฏิทินภาษี


เรื่องของภาษีครึ่งปีนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีหลายท่านกังวลกันลำดับต้นๆ คือ

จะประมาณการกำไรสุทธิอย่างไรไม่ให้ขาดเกิน 25%?

เพราะผลที่ตามมาของการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่า 25% ก็คือ จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% อ้างอิงจากมาตรา 67 ตรี

“มาตรา 67 ตรีในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามม.67ทวิ (1) หรือยื่น รายการและชำระภาษีตามม.67 ทวิ (1) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย เงินเพิ่มอีก 20% ของจํานวนเงินภาษีที่ต้องชําระตามม.67ทวิ (1) หรือของกึ่งหนึ่งของจํานวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบ ระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชําระขาด แล้วแต่กรณี…”  

ดังนั้น บทความนี้เราจึงแนะนำเทคนิคการประมาณกำไรสุทธิและคำนวณภาษีครึ่งปีอย่างไร ให้ปลอดภัยจากสรรพากร มาให้ทุกท่านลองนำไปใช้ดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยประหยัดเงินค่าปรับเงินเพิ่มที่จะต้องเสียโดยที่ไม่จำเป็นได้ค่ะ


ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิประจำปีนั้น หากเป็นเหตุอันสมควรตามที่กฎหมายกำหนดไว้เราก็รอดตัวนะคะ และเหตุอันสมควรที่กฎหมายกำหนดนั้นมีอะไรกันบ้างเราลองมาดูกันค่ะ 

ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.152/2558ฯ “ข้อ ๑ กรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือวาเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร 

(๑) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการ เสียภาษีครึ่งปี ไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว 


(๒) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือ จะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นไม่น้อยกว่ากำไรสุทธิที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว แต่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปี ไว้น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วเนื่องจากได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี” 

 

อ่านแล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ใช่มั้ยคะ ไม่เป็นไรค่ะอย่าเพิ่งเป็นกังวล ใครที่กำลังจะกดยื่น ภงด.51 ลองมาเช็คสมการด้านล่างสองสมการที่เราสรุปมาให้จากข้อกฎหมายก่อนยื่นภาษีนะคะว่าประมาณการของเราโอเคแล้วหรือยัง 

สมการแรก ลองดูค่ะว่าท่านคำนวณภาษีเป็นไปตามสมการนี้มั้ย

ภาษีครึ่งปีปีปัจจุบัน (ภงด.51 ปีนี้) > กึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลปีก่อน (ภงด.50 ปีก่อน)

ถ้าภาษีครึ่งปีที่คำนวณไว้เป็นไปตามสมการข้างต้นแล้วก็สบายใจได้ หมายความว่า คุณปลอดภัยจากการต้องเสียเงินเพิ่มแล้วล่ะ แต่ถ้าไม่ผ่านสมการแรกก็อย่าเพิ่งเสียใจไปนะคะ ลองมาดูสมการที่สองต่อค่ะ

สมการสอง หากคุณตกรอบสำหรับสมการแรกแล้ว สองเช็คสมการที่สองนี้ดูว่าคุณผ่านหรือเปล่า

ประมาณการกำไรสุทธิปีปัจจุบัน (ภงด.51 ปีนี้) > กำไรสุทธิปีก่อน (ภงด.50 ปีก่อน)


เพราะในบางปีที่มีการยกเว้นหรือลดอัตราภาษีประมาณการภาษีครึ่งปีอาจจะต่ำ แต่อย่างน้อยหากท่านประมาณการกำไรในปีนั้นไว้มากกว่ากำไรสุทธิของปีก่อนแล้วก็เข้าข่ายว่าการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิประจำปีเป็นเหตุอันสมควรตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่าอยู่รอดปลอดภัยนะคะ


เห็นมั้ยละคะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะสำหรับเทคนิคการคำนวณ ภงด.51 อย่างปลอดภัย มีแค่สองสมการเองที่เราต้องคำนึง

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะฝากบอกไว้ สำหรับวิธีที่เราแนะนำนั้นจะเหมาะกับกิจการที่กำลังเติบโตนะคะ เพราะว่ากิจการเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงสูงที่กำไรสุทธิแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการประมาณการกำไรสุทธินั้นทำได้ค่อนข้างยาก เพื่อ safe ตัวเอง เราก็ควรจะคำนวณ ภงด.51 ให้สูงกว่าปีก่อนเอาไว้จะได้ไม่ต้องมาจ่ายเงินเพิ่มทีหลัง 

แต่สำหรับกิจการที่ผลการดำเนินงานปีนี้ค่อนข้างแย่และเราทราบว่าแนวโน้มธุรกิจของเราในอีกครึ่งปีข้างหน้าคงไปไม่ได้สวยเหมือนปีก่อนๆ ท่านควรจะประมาณการกำไรสุทธิตามที่เป็นจริงนะคะ อย่าไปยึดติดกับ ภงด.50 ในอดีต เพราะหากท่านยึดตามกำไรสุทธิในอดีตที่สูงมากแล้ว นั่นหมายความว่าปีปัจจุบันท่านจะต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีครึ่งปีให้สรรพากรไปโดยไม่จำเป็น เพราะความเป็นไปได้ที่จะทำกำไรปีนี้นั้นอาจจะน้อยกว่าเดิมมาก และเมื่อท่านจ่ายภาษีครึ่งปีล่วงหน้าไปเกินความเหมาะสมแล้ว สุดท้ายท่านมาขอคืนภาษีอาจจะยากเย็นแสนเข็นกว่าเดิมเสียอีก


สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกิจการนอกจากจะต้องยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การจัดทำบัญชีเป็นประจำทุกเดือนและมีงบประมาณประจำปีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ เพราะหากท่านมีข้อมูลยิ่งมากเท่าไร การประมาณการก็จะคลาดเคลื่อนน้อยลง สุดท้ายปัญหาเรื่อง ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่า 25% ก็จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ


อัพเดทบทความล่าสุด:

สำหรับ 24 กรกฎาคม 2562


ขอบคุณที่มา:

กรมสรรพากร

 

source: www.thaicpdathome.com

5.0 จาก 5

การให้คะแนน 16 ครั้ง