6 คำถามสกรีนลูกค้าก่อนรับงานบัญชี

  เคยไหมที่รับลูกค้าทำบัญชีมาแล้วงานไม่เคยราบรื่นสักที เอกสารไม่ครบบ้างหล่ะ ไม่ยอมจ่ายค่าทำบัญชีบ้างล่ะ บังคับนักบัญชีเลี่ยงภาษีให้บ้างล่ะ ถ้าใครเคยเจอปัญหาแบบนี้ อาจจะต้องเริ่มต้นจากการคัดกรองลูกค้าที่ใช่ก่อนรับงานบัญชีค่ะ

  เพราะนักบัญชีอย่างเรามีเวลาจำกัด หากรับงานแบบไม่เลือก เจอลูกค้าดีก็ดีไป แต่ถ้าโชคร้ายเจอลูกค้าแย่ นอกจากจะเสียเวลาทำบัญชีให้พวกเค้า ยังเสียสุขภาพจิตต้องมาหวาดระแวงว่าใบประกอบวิชาชีพจะถูกยึดหรือไม่อีก

  เอ..แล้วเราจะสกรีนลูกค้าก่อนรับงานบัญชีอย่างไร ให้มั่นใจว่าคนนี้แหละใช่ และทำงานร่วมกันต่อได้


1. เล่าเกี่ยวกับธุรกิจให้ฟังหน่อย

  เพื่อเป็นไอเดียในการเริ่มต้นทำบัญชี การเข้าใจลักษณะธุรกิจของลูกค้าเป็นเรื่องที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าบอกว่าเป็นธุรกิจโรงเรียนเอกชน นักบัญชีต้องคิดก่อนว่าเรามีความสามารถหรือประสบการณ์ในการทำงานไหม เพราะธุรกิจที่มีลักษณะเฉพาะอาจต้องอาศัยความเข้าใจด้านกฎหมายอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พรบ.โรงเรียนเอกชน ถ้าสมมติเรายังไม่พร้อมกับธุรกิจนี้ อย่าลืมโน้ตไว้ในใจก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเลือกรับงาน

  นอกจากนี้สิ่งที่เราอาจสังเกตได้จากการสอบถามอาจจะเป็นความใส่ใจของลูกค้าในการทำธุรกิจว่าพวกเค้ามีความใส่ใจมากน้อยแค่ไหน หรือแค่อยากได้นักบัญชีทีทำงานให้เสร็จไปตามกฎหมาย (ถ้าเป็นแบบนี้คงรู้แล้วว่า ราคาต้องมาที่ 1 ไม่ใช่คุณภาพงานแน่นอน)


2. ใครเป็นนักบัญชีคนเก่า ทำไมถึงอยากเปลี่ยนนักบัญชีใหม่

  ไม่มีใครอยากเป็นนักบัญชีแค่เดือนเดียวหรือปีเดียวแล้วก็จากกันไป ถ้าลูกค้ามาหาเราเพราะต้องการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ลองถามเค้าสักนิดว่าทำไมถึงอยากเปลี่ยนนักบัญชีใหม่ ถ้าคำตอบที่ได้คือ เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ ทุกปี หรือเปลี่ยนเพราะราคาแพงไป ให้คิดไว้ก่อนเลย ว่าลูกค้าน่าจะอยู่กับเราได้ไม่นานเช่นกัน และถ้ารับงานนี้ การขึ้นค่าทำบัญชีในบางครั้ง อาจทำให้พวกเค้าเปลี่ยนใจไปจ้างคนอื่นได้ในพริบตา


3. ทำไมถึงเลือกติดต่อเข้ามาหาเรา

  คำถามนี้เป็นคำถามเพื่อหาแหล่งที่มาว่ามีใครแนะนำเรามา หรือลูกค้าพบเราจากที่ไหน เพราะการที่มีคนแนะนำเรามาแสดงว่าลูกค้าคาดหวังที่จะได้บริการลักษณะเดียวกัน สมมติลูกค้าที่แนะนำเรามาเป็นลูกค้ากลุ่มที่เราไม่อยากร่วมงานด้วยเลย อย่าลืมว่าต้องคิดให้ถี่ถ้วน ว่าเราควรรับงานนี้จริงๆ ไหม และถ้าพวกเค้าสร้างปัญหาให้ในการทำงานเหมือนๆ กับเพื่อนที่แนะนำมา เราจะโอเคหรือเปล่า


4. ปัญหาอะไรที่กังวลสำหรับธุรกิจในตอนนี้

  การถามปัญหาที่ลูกค้ากังวล จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น ถ้าลูกค้ากังวลว่าเงินจะไม่พอสำหรับธุรกิจ หรือแข่งขันสู้คนอื่นไม่ได้ คำตอบแบบนี้นักบัญชีอาจจะต้องมาคิดว่าแล้วเราจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับงานบัญชีครบทุกงวดไหม หรือเรายังมีหน้าที่อะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากด้านบัญชีที่ต้องช่วยเหลือพวกเขาหรือเปล่า

  ถ้ามองโลกในแง่ดี การทำบัญชีอาจจะช่วยให้ลูกค้าเห็นข้อมูลมากขึ้น บริหารจัดการธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาในแง่ลบ อย่าลืมเตรียมมาตรการรับชำระเงินล่วงหน้าไว้ก่อนก็ดีนะคะ


5. คุณคิดอย่างไรกับการจ่ายภาษีธุรกิจในปัจจุบัน

  คำถามทีเด็ดที่จะช่วยให้เราตัดสินใจว่าจะรับลูกค้าบัญชีรายนี้ดีหรือไม่ หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นเรื่องภาษี ที่เราต้องรู้ว่าลูกค้าคิดอย่างไรกับมัน เช่น บางคนอาจคิดว่าภาษีเป็นเรื่องต้องจ่ายแต่พวกเค้าอยากประหยัดภาษีให้ได้มากที่สุด หรือบางคนคิดว่าภาษีไม่ใช่เรื่องของเค้า หน้าที่เราทำอย่างไรก็ได้ให้ภาษีต่ำสุดๆ

  ถ้าเป็นแนวคิดในแบบที่ 2 ที่ลูกค้าคิดว่าภาษีไม่ใช่หน้าที่ของพวกเค้า นักบัญชีเตรียมเก็บกระเป๋าเซย์กู้ดบายได้เลย เพราะถ้ารับงานนี้ เราต้องรับหน้าที่ตกแต่งบัญชีเพื่อให้ลูกค้าจ่ายภาษีต่ำสุดๆ อย่างแน่นอน


6. คุณต้องการใช้บริการงานบัญชีอะไรบ้าง

  สโคปงานบริการด้านบัญชีมีหลายรูปแบบซึ่งสโคปที่แตกต่าง หมายถึง ราคาที่แตกต่างด้วย นอกจากการบันทึกบัญชีและยื่นภาษี ลองถามลูกค้าสักนิดว่าเค้าต้องการสิ่งเหล่านี้หรือไม่

  • วางระบบบัญชี
  • ทำเงินเดือน
  • ยื่นประกันสังคม
  • ทำสต๊อกสินค้า

  เมื่อพูดคุยตกลงสโคปงานได้ชัดเจนแล้วก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเสนอราคาสูงไปหรือต่ำไป เพราะทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงหน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดี


สุดท้ายแล้วในอาชีพของการทำบัญชี เรามักจะคิดว่าเราเป็นผู้ถูกเลือกเสมอ แต่ในความเป็นจริง นักบัญชีเองก็เป็นฝ่ายเลือกลูกค้าได้ถ้าเราตั้งใจจะเลือก และปฏิเสธลูกค้าได้ถ้าไม่อยากทำงานด้วย เพราะการปฏิเสธคู่ที่ไม่เหมาะตั้งแต่เดทครั้งแรก คงไม่รู้สึกแย่เท่ากับเป็นแฟนแล้วบอกเลิกกันใช่ไหมคะ

Tag -
source: www.thaicpdathome.com

LATEST POSTS

คอร์สที่คุณอาจสนใจ

เรียนเก็บชั่วโมงบัญชี
หลักฐานการสอบบัญชีและเทคนิคในการตรวจสอบ
เรียนเก็บชั่วโมงบัญชี
การจัดทำงบประมาณเงินสด เพื่อบริหารเงินในกิจการ